MURSAT Blog


บล็อคส่วนบุคคล ใช้เพื่อประโยชน์ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการระหว่างนักศึกษาปริญญามหาบัณฑิต หลักสูตรแขนงวิชาเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก บทความวิจัย บทความวิชาการ หรือผลงานอื่นใดที่อ้างอิงถึงในบล็อคนี้ เป็นไปเพื่อประโยชน์ในด้านวิชาการและการศึกษาเพียงเท่านั้น

Showing posts with label นิยม หนูเล็ก. Show all posts
Showing posts with label นิยม หนูเล็ก. Show all posts

Saturday, July 31, 2010

การดำเนินงานของศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดในภาคใต้

ชื่องานวิจัย/บทความ
การดำเนินงานของศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดในภาคใต้
The Operation of Provincial Special Education Centers in Southern Region

แหล่งอ้างอิง
ชื่อผู้วิจัย นายวิรัช กล้าหาญ
ชื่อผู้วิจัย(Eng) Mr. Wirach Klaharn
การศึกษามหาบัณฑิต เอกการศึกษาพิเศษ มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ ประสานมิตร, ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต บริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
โรงเรียนภูเก็ตปัญญานุกูล 133 หมู่ 2 ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83110
ปี พ.ศ. 2549
http://www.thaiedresearch.org

วัตถุประสงค์
1.เพื่อศึกษาการดำเนินงานการจัดบริการการศึกษาสำหรับเด็กพิการของศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดในภาคใต้
2.เพื่อเปรียบเทียบการดำเนินงานการจัดบริการการศึกษาสำหรับเด็กพิการระหว่างศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดที่จัดบริการครบกับไม่ครบทุกประเภทความพิการ
3.เพื่อศึกษาข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการดำเนินงานการจัดบริการการศึกษาสำหรับเด็กพิการของศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัด

กลุ่มตัวอย่าง
ได้แก่ ผู้บริหาร ครูผู้ปฏิบัติงานในศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดในภาคใต้ และผู้ปกครองเด็กพิการ ปีการศึกษา 2548 จำนวน 337 คน จำแนกเป็นผู้บริหาร จำนวน 15 คน ครู จำนวน 72 คน และผู้ปกครองเด็กพิการ จำนวน 250 คน ซึ่งได้มาโดยใช้วิธีสุ่มแบบหลายขั้นตอน

ขั้นตอนการวิจัย

สมมุติฐาน
ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดที่จัดบริการการศึกษาแก่เด็กพิการครบกับไม่ครบทุกประเภทความพิการมีการดำเนินงานทุกด้าน แตกต่างกัน

กรอบแนวคิด
กรอบแนวคิดในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ใช้กรอบแนวคิดการบริหารการจัดการเรียนร่วมของ เบญจา ชลธาร์นนท์ (2546 : 3–6) ซึ่งจำแนกรูปแบบการบริหารการจัดการเรียนร่วมไว้ 4 ด้าน ได้แก่
1.ด้านนักเรียน (S–Students)
2.ด้านสภาพแวดล้อม (E- Environment)
3.ด้านกิจกรรมการเรียนการสอน (A- Activities)
4.ด้านเครื่องมือ (T- Tools)
โดยผู้วิจัยได้นำแนวคิดดังกล่าวมาบูรณาการกับบทบาทหน้าที่ของศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัด (กระทรวงศึกษาธิการ 2543: 4)

ประชากร
ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริหาร และครูที่ปฏิบัติงานในศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดในภาคใต้ และผู้ปกครองเด็กพิการ จำนวน 2,197 คน จำแนกเป็นผู้บริหาร จำนวน 24 คน ครู จำนวน 96 คน และผู้ปกครองเด็กพิการ จำนวน 2,077 คน

ตัวแปรที่ศึกษา
ตัวแปรอิสระ ได้แก่ ลักษณะของศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัด จำแนกเป็น
1.ศูนย์ที่จัดบริการการศึกษาครบทุกประเภทความพิการ และ
2.ศูนย์ที่จัดบริการการศึกษาไม่ครบทุกประเภทความพิการ
ตัวแปรตาม ได้แก่ การดำเนินงานของศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัด จำแนกเป็น 4 ด้านได้แก่
2.1 ด้านการช่วยเหลือนักเรียนพิการ
2.2 ด้านการจัดสภาพแวดล้อมสำหรับเด็กพิการ
2.3 ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็กพิการ และ
2.4 ด้านการจัดให้มีเครื่องมือที่จำเป็นในการจัดการศึกษาสำหรับเด็กพิการ

เครื่องมือ ( tool )
เครื่องมือการวิจัย เป็นแบบสอบถามแบบมาตรประมาณค่า ซึ่งผู้วิจัยสร้างขึ้น มีค่าความเที่ยงทั้งฉบับ เท่ากับ .97

การรวบรวมข้อมูล
การเก็บรวมรวมข้อมูล ผู้วิจัยได้เก็บรวบรวมข้อมูลทางไปรษณีย์ ในระหว่างวันที่ 10 ตุลาคม 2548 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2548 แบบสอบถามส่งไปจำนวน 337 ฉบับ ได้รับคืนมา จำนวน 337 ฉบับ แบบสอบถามได้คืน คิดเป็นร้อยละ 100

การวิเคราะห์
1.ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถามวิเคราะห์โดยใช้การหาค่าร้อยละ
2.การดำเนินงานการจัดบริการการศึกษาสำหรับเด็กพิการของศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดในภาคใต้ วิเคราะห์โดยการหาค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และแปลผลตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้
3.เปรียบเทียบการดำเนินงานการจัดบริการการศึกษาสำหรับเด็กพิการ ระหว่างศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดที่จัดบริการครบกับไม่ครบทุกประเภทความพิการ โดยใช้การทดสอบค่าที
4.ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการดำเนินงานการจัดบริการการศึกษาสำหรับเด็กพิการของศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัด วิเคราะห์โดยใช้การแจกแจงความถี่

ผลการวิจัย
1.ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดในภาคใต้มีการดำเนินงานการจัดการศึกษาสำหรับเด็กพิการ ทุกด้านอยู่ในระดับมาก โดยด้านการช่วยเหลือนักเรียนพิการมีค่าเฉลี่ยสูงสุด และด้านการจัดสภาพแวดล้อมสำหรับเด็กพิการมีค่าเฉลี่ยต่ำสุด
2.ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดที่จัดบริการครบกับไม่ครบทุกประเภทความพิการ มีการดำเนินงานการจัดบริการการศึกษาสำหรับเด็กพิการแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ในด้านการช่วยเหลือนักเรียนพิการ และด้านการจัดให้มีเครื่องมือที่จำเป็นในการจัดการศึกษาสำหรับเด็กพิการ ส่วนด้านการจัดสภาพแวดล้อมสำหรับเด็กพิการ และด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็กพิการมีการดำเนินการไม่แตกต่างกัน
3.ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการดำเนินงานการจัดการศึกษาสำหรับเด็กพิการของศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดที่สำคัญ ได้แก่ ควรจัดหาครูสอนเด็กพิการเฉพาะด้านให้เพียงพอ เช่น ครูการศึกษาพิเศษ ครูกายภาพบำบัด ครูกิจกรรมบำบัด เป็นต้น ควรให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการจัดทำตารางกิจกรรมการฟื้นฟูเด็กพิการเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ปกครองสามารถนำเด็กพิการเข้ารับการฟื้นฟูได้อย่างต่อเนื่อง และควรจัดหาสื่อ อุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวก สำหรับเด็กพิการแต่ละประเภทให้เพียงพอ ตามลำดับ

ข้อเสนอแนะ
จากผลการวิจัยซึ่งพบว่าศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดในภาคใต้มีการดำเนินงานการจัดบริการการศึกษาสำหรับเด็กพิการทุกด้านอยู่ในระดับมาก แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณา ค่าเฉลี่ยแต่ละด้าน ปรากฏว่าด้านการจัดสภาพแวดล้อมสำหรับเด็กพิการมีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าด้านอื่นๆ ดังนั้น ผู้วิจัยจึงมีข้อเสนอแนะดังนี้
1.ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้
1.1ข้อเสนอแนะสำหรับศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัด
ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดควรกำหนดแนวทางในการพัฒนาด้านการจัดสภาพแวดล้อมสำหรับเด็กพิการ โดยเน้นในเรื่องในการจัดหาอุปกรณ์ติดตั้งโทรศัพท์ภายในอาคารให้เหมาะสมกับคนพิการแต่ละประเภท การจัดทำทางลาดเพื่อให้คนพิการทางร่างกายสามารถนำเก้าอี้ล้อเลื่อนเข้าสู่อาคาร หรือห้องเรียนได้ การจัดทำประตูที่เหมาะสมกับความพิการ การจัดทำทางเดิน ทางเชื่อม และกำหนดจุดจอดรถรับส่งคนพิการใกล้กับทางเข้าออกตัวอาคารเพื่ออำนวยความสะดวกให้คนพิการ ซึ่งรายการเหล่านี้ปรากฏว่าศูนย์มีการดำเนินการอยู่ในระดับต่ำกว่ารายการอื่นๆ
1.2ข้อเสนอแนะสำหรับสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ
สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษควรให้การสนับสนุนด้านงบประมาณเพื่อให้ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดนำไปพัฒนาการจัดสภาพแวดล้อมสำหรับเด็กพิการในศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัด ให้เหมาะสม และสอดคล้องกับเกณฑ์มาตรฐานของระเบียบคณะกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการว่าด้วยมาตรฐานอุปกรณ์ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ

ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป
ควรมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการจัดสภาพแวดล้อมสำหรับเด็กพิการในศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการนำผลการวิจัยไปใช้เป็นแนวทางในการจัดสภาพแวดล้อมภายในศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดให้สอดคล้องกับลักษณะและประเภทความพิการมากยิ่งขึ้น

การศึกษาเจตคติของอาจารย์และนักศึกษาที่มีต่อนักศึกษาที่มีความบกพร่องทางการได้ยินและต่อการจัดเรียนร่วม ในศูนย์ธนาลงกรณ์ สถาบันราชภัฏสวนดุสิต

ชื่องานวิจัย/บทความ
การศึกษาเจตคติของอาจารย์และนักศึกษาที่มีต่อนักศึกษาที่มีความบกพร่องทางการได้ยินและต่อการจัดเรียนร่วม ในศูนย์ธนาลงกรณ์ สถาบันราชภัฏสวนดุสิต
The Study of Attitudes of Instruction and Students Towards the Hearing Impairment Students and The Mainstrering Projects At Thanalongkorn Center, Rajabhat Institute Suan Dusit.

แหล่งอ้างอิง
ชื่อผู้วิจัย นายไพรวัลย์ แสงสุนทร
ชื่อผู้วิจัย(Eng) Mr. Paiwan Saengsoonthon
ปริญาญาโท สถาบันราชภัฏสวนดุสิต
อาจารย์ประจำสถาบันราชภัฏสวนดุสิต
http://www.thaiedresearch.org

วัตถุประสงค์
1. เพื่อศึกษาเจตคติของอาจารย์และนักศึกษาที่มีต่อนักศึกษาที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน
2. เพื่อศึกษาเจตคติของอาจารย์และนักศึกษาที่มีต่อการจัดการเรียนร่วมในศูนย์ธนาลงกาณ์ สถาบัน ราชภัฏสวนดุสิต

กลุ่มตัวอย่าง
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ อาจารย์ซึ่งปฏิบัติงานอยู่ในศูนย์ธนาลงกาณ์และนักศึกษาภาคปกติซึ่งเรียนอยู่ศูนย์ธนาลงกรณ์ ปีการศึกษา 2543 รวมทั้งสิ้น 264 คน

ขั้นตอนการวิจัย
ความเป็นมา
แนวคิดในการจัดการศึกษาเพื่อคนพิการในปัจจุบัน มีแนวโน้มที่จะจัดการศึกษาในลักษณะของการเรียนร่วม โดยจัดให้บุคลที่มีความบกพร่องเข้าเรียนร่วมในห้องเรียนเดียวกันกับเด็กปกติ และพยายามมุ่งจัดในลักษณะการศึกษาแบบเรียนรวม (Inclusive Education) คือ การจัดการศึกษาให้กับเด็กทุกคนได้ศึกษาในระบบเดียวกัน โดยไม่แยกว่าเด็กพิการต้องไปอยู่ในสถานศึกษาเฉพาะ รวมทั้งเด็กนั้นต้องได้รับการสนับสนุนทุกด้าน ทั้งด้านการแพทย์ กึ่งแพทย์ วิชาการ สื่อสิ่งอำนวยความสะดวก บริการ และความช่วยเหลืออื่นทางการศึกษา (เบญจา ชลธาร์นนท์, 2543 : 2)
การจัดการศึกษาเพื่อคนพิการจะสำเร็จหรือไม่นั้น มีองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องสำคัญหลายประการ โดยเฉพาะเจตคติของบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เหตุนี้ผู้วิจัยจึงสนใจที่จะศึกษาเจตคติของอาจารย์และนักศึกษาที่มีต่อนักศึกษาที่มีความบกพร่องทางการได้ยินและต่อการจัดการเรียนร่วมในศูนย์ธนาลงกรณ์ สถาบันราชภัฏสวนดุสิต ซึ่งเป็นการจัดเรียนร่วมในระดับอุดมศึกษา


คำนิยาม
1. เจตคติที่มีต่อการจัดการเรียนร่วม หมายถึง ท่าที ความรู้สึก ความคิดเห็น ความต้องการของบุคคลที่มีต่อการจัดการศึกษาแบบเรียนร่วมเต็มเวลา ของบุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ซึ่งมีทั้งด้านบวก ได้แก่ อยากสนับสนุน อยากช่วยเหลือ ตระหนักในความจำเป็น และความสำคัญในการให้การศึกษาแก่คนเหล่านี้ ความเชื่อในการพัฒนาตนเองได้ตามศักยภาพของคนเหล่านี้ ควรตระหนักในความเป็นมนุษย์เช่นเดียวกับคนปกติ ความรู้สึกในด้านลบ คือ ตรงข้ามกับด้านบวกและความรู้สึกเฉย คือ ไม่สนใจ ไม่คัดค้าน

กรอบแนวคิด
1.ศูนย์การศึกษานอกสถาบันศูนย์ธนาลงกรณ์2.การศึกษาพิเศษ3. การเรียนร่วม

แนวทางการวิจัยวิจัยเชิงบรรยาย
ตัวแปร 1.ตัวแปรต้นได้แก่สถานภาพของอาจารย์และนักศึกษา2.ตัวแปรตาม ได้แก่ เจตคติของอาจารย์และนักศึกษาที่มีต่อนักศึกษาที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน และเจตคติที่มีต่อการจัดเรียนร่วม

เครื่องมือ ( tool )
แบบสอบถาม

การรวบรวมข้อมูล
1.ผู้วิจัยแจกแบบสอบถามให้อาจารย์และนักศึกษาภาคปกติโปรแกรมวิชาศิลปกรรมและวิชาออกแบบนิเทศศิลป์ขอความร่วมมือให้ตอบแบบสอบถามและรับคืนภายใน4สัปดาห์2. ผู้วิจัยตรวจแบบสอบถามและวิเคราะห์ข้อมูลต่อไป

การวิเคราะห์ และข้อสรุป
สถิติที่ใช้ คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย S.D. และ T-test
1.อาจารย์และนักศึกษาโดยรวมมีเจตคติต่อนักศึกษาที่มีความบกพร่องทางการได้ยินและต่อการจัดเรียนร่วมในศูนย์ธนาลงกรณ์อยู่ในระดับดี
2.อาจารย์และนักศึกษาโดยรวมมีเจตคติต่อนักศึกษาที่มีความบกพร่องทางการได้ยินและต่อการจัดเรียนร่วมในศูนย์ธนาลงกรณ์แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ0.01 2.1อาจารย์และนักศึกษาโดยรวมมีเจตคติต่อนักศึกษาที่มีความบกพร่องทางการได้ยินแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 2.2อาจารย์และนักศึกษาโดยรวมมีเจตคติต่อการจัดเรียนร่วมในศูนย์ธนาลงกรณ์ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01

ข้อเสนอแนะ
1.ควรทำวิจัยในลักษณะของการจัดบริการความช่วยเหลือที่จำเป็นทางการศึกษารวมที่สอดคล้องกับนักศึกษาผู้ปกครองและครู2.ควรทำวิจัยในลักษณะของการวิจัยเชิงทดลองเพื่อหาเทคนิคและวิธีการสอนนักศึกษาที่มีความบกพร่องทางการได้ยินในระดับอุดมศึกษาตามสาขาที่เปิดให้มีนักศึกษาที่บกพร่องทางการได้ยินเรียนร่วม

Wednesday, July 28, 2010

Racing Wheelchair เก้าอี้ล้อเลื่อนเพื่อการแข่งขัน)

ชื่องานวิจัย/บทความ
Racing Wheelchair เก้าอี้ล้อเลื่อนเพื่อการแข่งขัน)

แหล่งอ้างอิง
Inventors: Johnson, John W. (4239 W. Lawrence La., Phoenix, AZ, 85051)
United States Patent 5028064
http://www.freepatentsonline.com/5028064.html

วัตถุประสงค์
1. เพื่อวัตถุประสงค์แบบกว้างๆ ให้คนพิการได้ใช้เก้าอี้ล้อเลื่อนสำหรับแข่งขัน ที่มีความมั่นคงและแข็งแรง
2. เพื่อให้ได้เก้าอี้ล้อเลื่อนสำหรับแข่งขันของนักกีฬาที่จัดทำขึ้นเพื่อเพิ่มความมั่นคงของเก้าอี้ ในขณะเดียวกันมีการปรับปรุงระบบการเข็นด้วยมือด้วย
3. เพื่อให้ได้เก้าอี้ล้อเลื่อนสำหรับแข่งขัน มีตำแหน่งท่านั่งของนักกีฬา ในเก้าอี้ในระดับที่ต่ำ
4. เพื่อให้ได้เก้าอี้ล้อเลื่อนสำหรับแข่งขัน ที่มีระบบบังคับเลี้ยวจากการควบคุมตำแหน่งของล้อด้านหลัง
5. เพื่อให้ตัวแปรแรก ที่ระบบบังคับเลี้ยวที่มีผลผ่านมาจากระบบสายเคเบิล ภายใต้การควบคุมของตำแหน่งด้านข้างของที่นั่ง ที่ขยับได้ตามแนวขวาง
6. เพื่อให้ตัวแปรที่สองที่ระบบบังคับเลี้ยว มีผลผ่านระบบเคเบิล ภายใต้การควบคุมของตำแหน่งของปลอกแขนเทียม ที่ใส่ในแขนนักกีฬาผู้พิการ

กลุ่มตัวอย่าง
การประดิษฐ์นี้ เกี่ยวข้องกับศิลปะการออกแบบของเก้าอี้ล้อเลื่อน ในการพัฒนาเพื่อการแข่งขัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแข่งเก้าอี้ล้อเลื่อน ที่รวมระบบบังคับเลี้ยว ให้อยู่ภายใต้การควบคุมโดยตรงของนักกีฬา เป็นการออกแบบเฉพาะเพื่อใช้ในการแข่งขัน สำหรับนักกีฬาคนพิการ

ขั้นตอนการวิจัย
1.การออกแบบให้โครงสร้างสามารถปรับยืดออก และปรับลดขนาดลงได้ด้วยการปรับสลักสำหรับยึดโครงด้านข้าง ในตำแหน่งโครงหมายเลข 57
2.กำหนดล้อขับเคลื่อนเป็นล้อคู่ด้านหน้า มีขนาดใหญ่ และมีห่วงสำหรับใช้มือผลักดันให้ขับเคลื่อนไปด้านหน้า
3.ให้ล้อด้านหลังสามารถบัลคับเลี้ยวได้ ด้วยกลไกการออกแบบพ่วงสายเคเบิลส่งกำลังมาจากปลอกรัดบนแขนของนักกีฬา และมือโยก ในตำแหน่งตรงกลางของล้อหน้า ติดกับหัวเข่าของนักกีฬา
4.จัดท่านั่งของนักกีฬาให้อยู่ในระดับต่ำเพื่อความมีเสถียรภาพ และมีระดับหัวเข่าอยู่สูงกว่าเบาะนั่ง
5.ที่พักเท้าด้านหน้าสามารถปรับขึ้นลงได้ ด้วยการเปลี่ยนจุดยึดของสลัก








ผลการวิจัย
ภาพรวมของเก้าอี้ล้อเลื่อนสำหรับการแข่งขัน มีล้อขนาดใหญ่คู่หน้า รองรับด้วยโครงสร้าง มีจุดเด่นคือสามารถบังคับเลี้ยวได้ด้วยล้อหลัง ที่นั่งสำหรับนักกีฬาถูกล๊อคไว้ที่ตำแหน่งตรงกลางของโครง และการกำหนดตำแหน่งต่างๆที่ให้ตำแหน่งท่านั่งของนักกีฬา อยู่ในตำแหน่งที่ต่ำมาก สวนทางกับระดับเข่าของคนขับ ที่ถูกรองรับไว้ด้วยพื้นที่ที่จัดไว้เหนือเพลาล้อ โดยมีระนาบสัมผัสด้านแนวตั้งกับขอบตัวนำ และด้านขอบท้ายของวงแหวนสำหรับขับเคลื่อน เพื่อปรับปรุงเสถียรภาพในการใช้งาน ของผู้นั่งเก้าอี้ล้อเลื่อนสำหรับแข่งขัน อย่างเต็มที่ เช่นการที่พลังแขนของนักกีฬาจะไปหมุนห่วงสำหรับผลักดันที่ติดตั้งอยู่บนล้อคู่หน้า บวกกับการที่มีระบบบังคับเลี้ยวอยู่ที่ตำแหน่งล้อหลัง อาจจะทำได้ในรูปแบบต่างๆ หนึ่งในนั้น อีกอย่างหนึ่งก็คือ การส่งถ่ายกำลังผ่านสายเคเบิล ไปที่ข้อมือของนักกีฬา ซึ่งมีลักษณะการบิดกลับที่เป็นไปโดยธรรมชาติแปลงเป็นพลังงานไปสู่การบังคับเลี้ยวที่ล้อหลัง อีกจุดหนึ่งก็คือการใช้สายเคเบิลต่อกับปลอกรัดที่แขนอีกต่อหนึ่งกับนักกีฬาเพื่อให้สายส่งกำลัง ที่กำลังแนบกับไหล่ให้อยู่ในตำแหน่งที่ต่ำลงตามความต้องการ หรือตามความสามารถของนักกีฬา อีกจุดหนึ่งที่ต้องการ ให้มือของนักกีฬาใช้ผลักดันมือโยก ให้เคลื่อนที่ไปทางด้านหน้าและหลัง เพื่อให้สายเคเบิลทั้งคู่ผ่านไปยังล้อด้านท้ายที่สามารถหักเลี้ยวได้

ประโยชน์ที่ได้รับ
ในขณะที่หลักการของการประดิษฐ์นี้ได้รับตอนนี้ ชัดเจนว่าในศูนย์รวมต่างๆของตัวอย่างจะมีความชัดเจนในทันที เพื่อความเชี่ยวชาญในศิลปะการปรับเปลี่ยนที่หลากหลายในโครงสร้าง การจัดสัดส่วนการจัดองค์ประกอบของวัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในการปฏิบัติ
เป็นการประดิษฐ์ที่ดัดแปลงโดยเฉพาะสำหรับสภาพแวดล้อมต่างๆ และความต้องการเฉพาะการของนักกีฬา ซึ่งดำเนินงานได้โดยไม่ต้องออกจากหลักการเหล่านั้นที่จำเป็น

วิเคราะห์และวิจารณ์
ข้อดี
ในแง่ของการใช้งาน เป็นการออกแบบเพื่อให้การใช้งานในการแข่งขันมีความเสถียรภาพในการใช้งาน เพราะออกแบบให้ท่านั่งอยู่ในระดับต่ำ ทำให้จังหวะการเคลื่อนที่ของ เก้าอี้ล้อเลื่อนมีความมั่นคง โครงสร้างสร้าง แบบง่ายๆ และไม่ยุ่งยากในการผลิต มีการปรับเปลี่ยนความยาวของโครงได้ เพื่อความเหมาะสมกับนักกีฬาที่มีขนาดรูปร่างต่างกัน
ข้อเสีย
การออกแบบ และการผลิตชิ้นส่วนเพื่อจะนำมาประกอบเป็นตัวรถ ต้องมีความเที่ยงตรง และแม่นยำพอสมควร มิเช่นนั้นอาจจะทำให้การควบคุมและการบังคับเลี้ยวผิดพลาดไปจากเป้าหมายได้
ในแง่ ของการใช้งาน ต้องใช้เทคนิคสูงในการควบคุมตัวรถ และตัวนักกีฬาต้องมีการเรียนรู้ในการใช้งานให้เชี่ยวชาญเสียก่อน จึงจะสามารถบังคับรถให้มีประสิทธิภาพได้

การออกแบบเบ้าขาเทียม

ชื่องานวิจัย/บทความ
การออกแบบเบ้าขาเทียม

แหล่งอ้างอิง
ดร.อาบทิพย์ ธีรวงศ์กิจ สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO)
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ธนบุรี http://fibo.kmutt.ac.th/fiboweb07/thai//index.php?option=com_content&task=view&id=647&Itemid=142

วัตถุประสงค์
1.เพื่อมุ่งศึกษาและพัฒนาการนำเทคโนโลยีการใช้คอมพิวเตอร์ช่วย (CAD/CAE/CAM) มาประยุกต์ใช้ในการ ออกแบบ วิเคราะห์ และผลิตเบ้าขาเทียมให้มีคุณสมบัติเหมาะสมกับลักษณะทางกายภาพของผู้ป่วยแต่ละคน
2.นำองค์ความรู้ด้านไฟไนต์เอลิเมนต์ (Finite Element) มาใช้วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างแรง/โมเมนต์ กับคุณสมบัติทางกายภาพของวัสดุ
3.เพื่อให้ได้คุณภาพเบ้าขาเทียมที่ผลิตจากองค์ความรู้จากงานวิจัยนี้จะมีความสะดวกในการสวมใส่รวมถึงความสบายในการสวมใส่เพื่อสร้างความพึงพอใจแก่ผู้ใช้งาน

กลุ่มตัวอย่าง
หน่วยงานที่นำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ โรงพยาบาล อนามัย สถานศึกษา และหน่วยงานวิจัย

ขั้นตอนการวิจัย
งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยที่ผสมผสานเทคโนโลยีการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการออกแบบ วิเคราะห์ และผลิต (CAD/CAE/CAM) เพื่อผลิตเบ้าขาเทียมที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับลักษณะทางกายภาพของผู้ป่วยแต่ละคน ซึ่งเทคโนโลยีนี้สามารถช่วยลดเวลาในขั้นตอนการผลิตเบ้าขาเทียมได้โดยใช้วิธีไฟไนต์เอลิเมนต์ช่วยในการวิเคราะห์โมเดลเบ้าขาเทียมที่ออกแบบบนคอมพิวเตอร์ก่อน ทำให้ผู้ออกแบบสามารถปรับเปลี่ยนโมเดลจนกว่าจะได้ผลการวิเคราะห์ที่พอใจก่อนการผลิตชิ้นงานจริง ทดแทนวงเวียนการวิเคราะห์ผลและการปรับโมเดลด้วยการผลิต Prototype และทดลองในผู้ป่วย
แบ่งออกเป็นสามส่วนหลักดังนี้
1. การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยออกแบบเบ้าขาเทียม(CAD)
a. พัฒนาองค์ความรู้ด้าน Medical Image Processing เพื่อสร้างโมเดลตอขาสามมิติจากภาพถ่าย X-Ray, MRI, CT Scan หรืออื่นๆ เนื่องจากโมเดลตอขานี้จะถูกใช้ในการวิเคราะห์ทางไฟไนต์เอลิเมนต์ จึงจำเป็นต้องสร้างโมเดลกระดูกและโครงสร้างภายในของตอขาด้วย ภาพถ่ายทางการแพทย์ ทั้งภาพ X-Ray, MRI และ CT Scan สามารถให้รายละเอียดโครงสร้างภายในที่สามารถนำมาใช้ในการสร้างโมเดลสามมิติได้
b. พัฒนาระบบเพื่อช่วยในการออกแบบเบ้าขาเทียม โดยถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการออกแบบเฉพาะทางจากนักกายภาพ (Prosthetist) ในการปรับแต่งลักษณะพื้นผิวของเบ้าขาเทียม เพื่อออกแบบให้น้ำหนักของผู้ป่วยกดลงในจุดที่สามารถรับแรงได้มากกว่าจุดอื่นๆ(Rectification)
2. การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยวิเคราะห์แบบเบ้าขาเทียม(CAE)
a. การใช้วิธีไฟไนต์เอลิเมนต์ช่วยในการวิเคราะห์แบบเบ้าขาเทียม โดยศึกษาลักษณะของตัวแปรต่างๆ เช่น แรงดันสัมผัส การกระจายแรง ความเครียด และอุณหภูมิ ที่มีผลต่อสุขภาพและความสบายในการสวมใส่ของผู้ป่วยในอิริยาบถต่างๆ
3. การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการผลิตเบ้าขาเทียม(CAM)
a. ผลิตเบ้าขาเทียมด้วยเทคโนโลยีRapidPrototyping
b. การเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมในการผลิต



ภาพขั้นตอน การสร้างโมเดลตอขาสามมิติจากภาพถ่าย X-Ray





ภาพแสดงการใช้วิธีไฟไนต์เอลิเมนต์ช่วยในการวิเคราะห์แบบเบ้าขาเทียม
โดยศึกษาลักษณะของตัวแปรต่างๆ เช่น แรงดันสัมผัส การกระจายแรง ความเครียด และอุณหภูมิ


ภาพ การผลิตเบ้าขาเทียมด้วยเทคโนโลยี Rapid Prototyping

ผลการวิจัยและประโยชน์ที่ได้รับ
โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการใหญ่ของฟีโบ้ คือเทคโนโลยีหุ่นยนต์เพื่อคนสูงวัย ทั้งนี้เป็นการสร้างประโยชน์โดยตรงในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยซึ่งด้อยโอกาส ให้เป็นผู้ได้รับโอกาส และสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีศักยภาพสูงสุด นอกจากนี้ยังส่งผลลัพท์ไปถึงการเพิ่มความเข้มแข็งด้านความสามารถทางเทคโนโลยีหุ่นยนต์ของประเทศไทยในเวทีโลกอีกด้วย ภาครัฐและเอกชนใดที่ต้องการร่วมงานและใช้ประโยชน์จากโครงการนี้ ตลอดจนบุคคล/นิติบุคคล ที่ต้องการสนับสนุนทุนวิจัย
แผนการถ่ายทอดเทคโนโลยีหรือผลการวิจัยสู่กลุ่มเป้าหมาย
1.เข้าร่วมประชุมสัมมนาทางวิชาการในสาขาที่เกี่ยวข้อง
2.เขียนเอกสารเผยแพร่งานวิจัยในวารสารวิชาการระดับประเทศ
3.จัดแสดงผลงานในงานนิทรรศการที่เกี่ยวข้อง
4.นำผลงานวิจัยไปทดลองให้กับผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิงานใช้งานและเก็บบันทึกผลการทดลอง

วิเคราะห์และวิจารณ์
เป็นงานวิจัยที่มีประโยชน์สำหรับผู้พิการทางการเคลื่อนไหว ที่อวัยวะส่วนขาขาดหายไป ซึ่งสามารถทำได้โดยการผลิตเข้าขาเทียมขึ้นมาทดแทนได้ แต่ในปัจจุบันการหล่อเบ้าขาเทียมจะใช้วิธีการหล่อจากต้น แบบขาจริงขิงผู้พิการซึ่งให้ความแม่นยำในสัดส่วน ระดับหนึ่งเท่านั้น การนำเทคโนโลยีระเบียบวิธีไฟไนต์เอลิเมนต์ช่วยในการวิเคราะห์แบบเบ้าขาเทียม จะช่วยให้การวะเคราะห็ในส่วนต่างๆของโครงสร้างตอขาที่เหลืออยู่ของผู้พิการนั้น มีความแม่นยำ ถกต้องเที่ยงตรงมากขึ้น รวมทั้งการวิเคราะห์ปัจจัยอื่นๆที่เกี่ยวข้องก็มีความสำคัญ เช่น การศึกษาลักษณะของตัวแปรต่างๆ เช่น แรงดันสัมผัส การกระจายแรง ความเครียด และอุณหภูมิ ที่มีผลต่อสุขภาพและความสบายในการสวมใส่ของผู้ป่วยในอิริยาบถต่างๆ

Thursday, July 15, 2010

อุปกรณ์ช่วยเขียนสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางด้านการเคลื่อนไหวร่างกายหรือสุขภาพ

หัวข้องานวิจัย/บทความ
อุปกรณ์ช่วยเขียนสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางด้านการเคลื่อนไหวร่างกายหรือสุขภาพ
แหล่งที่มา คุณอลิสา สุวรรณรัตน์ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ
วัตถุประสงค์
1.เพื่อให้ผู้เรียนที่มีความบกพร่องทางด้านร่างกายหรือสุขภาพมีอุปกรณ์ช่วยเหลือในการ เขียน
2.เพื่อให้มีอุปกรณ์การเขียนเพื่อช่วยเหลือทดแทนอวัยวะที่ขาดหายไป
3.เพื่อสร้างเสริมขีดความสามารถนักเรียนพิการในการเขียนและการใช้อุปกรณ์
กลุ่มตัวอย่าง
อุปกรณ์ช่วยการเขียน (Writing Aids)
ผู้เรียนที่มีความบกพร่องทางด้านร่างกายหรือสุขภาพที่มีความยากลำบากในการควบคุมการใช้กล้ามเนื้อแขนและมือ หรือไม่สามารถใช้กล้ามเนื้อแขนและมือทั้งสองข้างได้ เนื่องจากมีอาการเกร็งหรืออ่อนแรงของกล้ามเนื้อ มีกระดูกผิดรูปหรือมีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว แขนและมือขาดหายไป เป็นต้น จะทำให้มีความยากลำบากหรือไม่สามารถทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเขียนด้วยวิธีปกติ เช่น การจับดินสอเขียนบนกระดาษ จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเขียน ดังนี้

ตัวอย่างอุปกรณ์เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก

- กระดานอักษร/กระดานคำศัพท์
เรือ ก้อนเมฆ กระเป๋าผู้เรียนที่ไม่สามารถเขียนหนังสือได้ สามารถใช้การเลือกตัวอักษรหรือคำศัพท์จากกระดานอักษรหรือกระดานคำศัพท์แทนการเขียน โดยมีผู้บันทึกคำตอบหรือจดข้อความลงไปให้แทน

- กระดานและตัวอักษรแม่เหล็ก
ผู้เรียนที่ไม่สามารถเขียนหนังสือได้ สามารถใช้การหยิบตัวอักษรแม่เหล็กมาเรียงเป็นคำหรือข้อความบนกระดานแม่เหล็กแทนการเขียนด้วยมือ

- การตัดกระดาษ-ทากาวแทนการเขียน
การเขียนคำศัพท์ลงไปในกระดาษ และตัดคำศัพท์ทากาวแปะคำลงไปในกระดาษหรือสมุด หรือแบบฝึกหัดแทนการเขียนด้วยมือ

- กระดาษที่ปรับให้เขียนได้ง่าย (Alternative Paper)
การปรับกระดาษที่ใช้เขียนให้แสดงผลของเส้นบรรทัดง่ายต่อการควบคุมการเขียนด้วยมือ จะช่วยให้ผู้เรียนที่มีความยากลำบากในการควบคุมการใช้กล้ามเนื้อมือในการจับดินสอเขียนหนังสือ สามารถควบคุมการเขียนตัวอักษรลงบนกระดาษได้ดีขึ้น ดังนี้

- การทำเส้นบรรทัดเป็นแถบสี

- การตีเส้นบรรทัดให้หนาและใหญ่ขึ้น

- การทำเส้นบรรทัดให้นูนขึ้น
การทำเส้นบรรทัดให้นูนขึ้น (Raised lines) จะช่วยให้ผู้เรียนสามารถควบคุมขอบเขตในการเขียนตัวอักษรลงบนช่องบรรทัดที่กำหนดได้ง่ายขึ้น

- การใช้กระดาษกราฟ/กระดาษตีเป็นตาราง
กระดาษกราฟหรือกระดาษที่ตีเป็นตาราง จะช่วยให้ผู้เรียนที่มีความยากลำบากในการเขียนด้วยมือสามารถกำหนดขอบเขตของการเขียนตัวอักษรแต่ละตัวลงไปในช่องว่างแต่ละช่องที่ปรากฏบนกระดาษกราฟหรือกระดาษที่ตีเป็นตารางได้ง่ายขึ้น รวมทั้งสามารถเรียนรู้การควบคุมการเว้นช่องว่างระหว่างตัวอักษรที่ต้องเขียนลงไป นอกจากนี้ถ้าผู้เรียนมีปัญหาในการควบคุมการเขียนในช่องขนาดเล็ก สามารถนำไปถ่ายเอกสารขยายใหญ่เพื่อช่วยให้ควบคุมการเขียนตัวอักษรลงไปในช่องตารางได้ง่ายขึ้น

- การพูดบอกข้อมูลแทนการเขียน
ผู้เรียนที่สามารถพูดได้ปกติแต่ไม่สามารถเขียนหนังสือด้วยมือได้นั้น สามารถใช้การพูดเพื่อตอบคำถามหรือบอกข้อมูลให้ผู้อื่นจดบันทึกแทนการเขียนได้

- กรอบสำหรับเขียนข้อความ
กรอบบรรทัดที่นำแผ่นพลาสติกหรือกระดาษขนาดเท่ากับกระดาษที่ใช้ในการเขียน เช่น กระดาษ A4 มาเจาะช่องตามแนวบรรทัดที่ใช้เขียน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถควบคุมการเขียนให้อยู่ในบรรทัดที่กำหนดได้ง่ายและสะดวกขึ้น

วิเคราะห์และวิจารณ์
เป็นอุปกรณ์ที่สร้างขึ้นเพื่อช่วยเหลือนักเรียนที่พิการทางการเคลื่อนไหว ในการหยิบจับปากกาหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการเขียน ในการสื่อสารถึงข้อความที่ต้องการจะสื่อ ซึ่งอุปกรณ์ต่างๆเหล่านี้มีราคาไม่แพงเพราะใช้เทคโนโลยีไม่สูงมากนัก สามารถหาวัสดุ และอุปกรณ์ในประเทศมาใช้ได้ไม่ยากนัก แต่ประโยชน์ที่ได้รับมีมาก และเป็นประโยชน์มากต่อนักเรียน หรือเด็กพิการที่มีปัญหาในการเคลื่อนไหวมือ หรือ แขน

Mid – wheel drive power wheelchair

หัวข้องานวิจัย/บทความ
Mid – wheel drive power wheelchair (เก้าอี้ล้อเลื่อนไฟฟ้าแบบมีล้อขับเคลื่อนตรงกลาง)
แหล่งอ้างอิง
http://www.freepatentsonline.com/6640916.html
ชื่อผู้ประดิษฐ์
Schaffner, Walter E. (Shavertown, PA)
Mulhern, James P. (Hunlock Creek, PA)
Antonishak, Stephen J. (Alden, PA)
วัตถุประสงค์
1. เพื่อจัดหา เก้าอี้ล้อเลื่อนไฟฟ้าที่มีโครงที่นั่งที่ถูกค้ำยันโดยโครงล้อขับเคลื่อนคู่หนึ่งที่เชื่อมกับโครงและสามารถหมุนได้ตามแนวขวาง ด้านล่างตำแหน่งกลางของที่นั่ง กับแกนล้อขับเคลื่อนและตำแหน่งที่นั่ง เพื่อให้แกนล้อขับเคลื่อนไปด้านหน้า
2. เพื่อจัดหาเก้าอี้ล้อเลื่อนไฟฟ้าที่มีที่นั่งเพื่อให้แกนล้อขับเคลื่อนอยู่ด้านล่างและค่อนไปทางตำแหน่งศูนย์กลางของด้านล้อยาง
3. เพื่อจัดหาเก้าอี้ล้อเลื่อนไฟฟ้าที่แกนล้อขับเคลื่อนอยู่ในตำแหน่งอยู่ที่ตำแหน่งทางด้านยาวของตำแหน่งศูนย์กลางเมื่อผู้ใช้อยู่บนเก้าอี้ล้อเลื่อน
4. เพื่อจัดหาเก้าอี้ล้อเลื่อนไฟฟ้าที่แกนล้อขับเคลื่อนอยู่ในตำแหน่งด้านหน้าของสายตาของผู้ใช้เก้าอี้ล้อเลื่อนเมื่อผู้ใช้เก้าอี้ล้อเลื่อนนั่งบนที่นั่ง
กลุ่มตัวอย่าง
การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับรถเข็นที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าเพื่อใช้สำหรับคนพิการและผู้พิการทางด้านการเคลื่อนไหว
ขั้นตอนการวิจัย
การประดิษฐ์นี้ คือการทำเก้าอี้ล้อเลื่อนไฟฟ้าแบบมีล้อขับเคลื่อนตรงกลาง เป็นเก้าอี้ล้อเลื่อน ที่มีล้อคู่บนตัวโครง ค้ำอยู่ใต้ที่นั่ง มีล้อ castor อยู่ในตำแหน่งด้านหลังของล้อขับเคลื่อน และด้านหลังของที่นั่ง ทั้งมีล้อ anti-tip idler อยู่คู่หนึ่งอยู่ในตำแหน่งด้านหน้าของล้อขับเคลื่อน ซึ่งอยู่ในตำแหน่งตรงกันข้ามกับโครง ล้อ anti-tip โดยปกติจะไม่แตะพื้น เมื่อล้อขับเคลื่อนและล้อ castor อยู่ในตำแหน่งปกติบนพื้น ล้อ anti-tip มีตัวเชื่อมติดที่ยืดหยุ่นได้ ซึ่งประกอบด้วยแขนค้ำ ที่ติดกับด้านหลังของโครงรถ ล้อ anti-tip ตัวหน้าสามารถเคลื่อนที่ไปทางด้านบนได้ซึ่งติดกับแขนค้ำ






ผลการวิจัย
การประดิษฐ์นี้จะเห็นว่าเก้าอี้ล้อเลื่อนไฟฟ้ามีโครงที่นั่งรองรับโดยโครงคู่ของล้อขับเคลื่อน ที่เชื่อมต่อกับโครงและ สามารถหมุนได้ตามแนวแกน โดยยึดไว้กับแกนตามขวางด้านล่างของตำแหน่งศูนย์กลางของที่นั่งกับชุดขับเคลื่อนและแกนล้อ ที่นั่งตำแหน่งเพื่อให้แกนล้อขับ ถูกส่งศูนย์กลางของผู้ใช้รถเข็นไฟฟ้า ในอีกด้านของสิ่งประดิษฐ์ให้นั่งเก้าอี้ล้อเลื่อนไฟฟ้าที่นั่งตำแหน่งเพื่อให้แกนล้อขับอยู่ภายใต้และอาจจะเพียงเล็กน้อยตามยาวก่อนศูนย์กลาง ของผู้ใช้เก้าอี้ล้อเลื่อนไฟฟ้า
ประโยชน์ที่ได้รับ
ได้เก้าอี้ล้อเลื่อนไฟฟ้าที่ประกอบด้วย
1.โครงสำหรับรองรับ
2.ที่นั่งติดกับโครงรองรับ มีส่วนที่นั่งสำหรับรองรับบุคคลและก้นและส่วนหลังเพื่อรองรับเมื่อนั่งในที่นั่ง
3.คู่ของล้อขับเคลื่อนที่แตะอยู่กับพื้น และยึดอยู่กับโครงรองรับ ล้อขับในตำแหน่งนี้ดังกล่าวจะตรงกับส่วนที่นั่งค่อนไปด้านหน้า
4.มีมอเตอร์สำหรับ ขับเคลื่อนล้อเพื่อให้การเคลื่อนไหว และการขับเคลื่อนของของเก้าอี้ล้อเลื่อน โดยมอเตอร์ถูกยึดไว้กับโครง
5.มีแบตเตอรี่ ที่ยึดไว้ในโครงเป็นตัวจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับมอเตอร์
6.มีล้ออิสระ 2 ล้อ ยึดอยู่กับโครง และอยู่ด้านหลังของล้อขับเคลื่อน
7.มีล้อ anti - tip ซึ่งเป็นล้อไม่อิสระ อยู่ในตำแหน่งข้างหน้าของล้อขับและที่นั่ง
วิเคราะห์และวิจารณ์
การพิจารณาของสิ่งประดิษฐ์ดังกล่าว ดังที่อธิบาย และที่แสดงไว้ แสดงให้เห็นว่าการประดิษฐ์นั้น ให้การก่อสร้างทำได้ง่ายและราคาไม่แพงนักสำหรับ โครงด้านล่าง ช่วงกลางของเก้าอี้ล้อเลื่อนแบบ ขับล้อตรงกลางซึ่งมีลักษณะ ทำให้ท่านั่งมีความเสถียรภาพ และคล่องแคล่วขึ้นอย่างมากมาย และ สำหรับ เพื่อความมีเสถียรภาพที่เพิ่มขึ้นของล้อทั้งหมด โดยมีคู่ล้อที่เหลืออยู่ในการติดต่อคงกับพื้นดินโดยคำนึงถึงความไม่เรียบ ความเสถียรภาพและความสมดุลของเก้าอี้ที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเดินทางลง หรือ ขึ้น พื้นที่ต่างระดับ หรือในกรณีที่ผู้ใช้เก้าอี้ล้อเลื่อน แล้วหยุดในทันทีทันใด

Wednesday, July 7, 2010

Device for Handling a Wheelchair (อุปกรณ์สำหรับการจับยึดเก้าอี้ล้อเลื่อน)

ชื่องานวิจัย/บทความ
Device for Handling a Wheelchair (อุปกรณ์สำหรับการจับยึดเก้าอี้ล้อเลื่อน)
แหล่งที่มา Sylvia J. McConnell United State Patent Continuation-in–part of ser No.869983 Jun 3 1986 Pat No. 4726730
วัตถุประสงค์
1. อุปกรณ์ชิ้นนี้เป็นสิ่งประดิษฐ์ เพื่อให้มี platform สามารถยกและเอียงเก้าอี้ล้อเลื่อนได้ ด้วยวิธีการยึด platform เข้ากับ wheelchair ด้วยตัวจับอย่างปลอดภัยบน platform เพื่อให้การบริการแก่ผู้ใช้ เก้าอี้ล้อเลื่อน โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องลุกออกจาก เก้าอี้ล้อเลื่อน
2. สิ่งประดิษฐ์นี้เป็นอุปกรณ์ใช้ยึดเก้าอี้ล้อเลื่อน ซึ่งสามารถยก เก้าอี้ล้อเลื่อน และเอียงกลับหลังทำมุมได้ 45-90 องศาเพื่อให้ผู้ใช้ ใช้บริการต่างๆได้เลยบน เก้าอี้ล้อเลื่อน
3. สิ่งประดิษฐ์นี้ยังมี platform ยกและเอียงตัว เก้าอี้ล้อเลื่อน ตัว platform มีกลไกลซึ่งใช้มอเตอร์เป็นตัวขับเคลื่อน สิ่งประดิษฐ์นี้ยังถูกปรับแต่งให้ใช้งานง่ายและรวดเร็วโดยการควบคุมด้วยมือและเท้าอย่างสะดวก
4. นอกจากนี้สิ่งประดิษฐ์นี้เป็นอุปกรณ์จัดการเก้าอี้ล้อเลื่อน ที่ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ ที่ใช้ผู้ปฏิบัติงานคนเดียว เพื่อการใช้การยก การเอียง และหมุนกลับหลังได้อย่างปลอดภัย
กลุ่มตัวอย่าง
สำหรับให้ผู้ใช้เก้าอี้ล้อเลื่อนมีความสะดวกในการทำการ เกี่ยวการบริการบางอย่างเช่นในงาน ทันต กรรม หรือในร้านเสริมสวยซึ่งขึ้นอยู่กับตัวผู้ใช้เอง
ขั้นตอนการวิจัย
อุปกรณ์นี้ประกอบด้วย housing เป็น ตัวรองรับ เก้าอี้ล้อเลื่อน ที่พักหลัง ล้อ กล่องควบคุมการใช้ด้วยเท้า ซึ่งมีปุ่มรองรับเท้าแบบคู่เพิ่อปรับระดับตัว housing และปุ่มรองรับเท้าคู่เพื่อเอียงตัวรองรับไปด้านหน้าและด้านหลัง ปุ่มใช้จัดการระบบยกมอเตอร์ขับเคลื่อนซึ่งประกอบด้วยแจ๊คกรรไกรแบบคู่ และ worm gear แนวตั้ง ขับเคลื่อนโดยโซ่ด้วยมอเตอร์กลับไปมาได้ ปุ่มที่ใช้ในระบบเอียงขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากลับได้ใช้ขับเคลื่อน worm gear และตัวตาม worm gear ติดกับส่วนสำคัญกับตัวรองรับ wheelchair และยังมีอุปกรณ์เพิ่มเติมอื่นๆประกอบด้วย อ่างล้างหน้า ที่ค้ำยันอ่างล้างหน้า พร้อมตัวค้ำยึดติดกับพนักพิงหลัง






ผลการวิจัย
สิ่งประดิษฐ์นี้ประกอบด้วย ฐาน (base) , platform , frame ค้ำยันที่ติดอยู่ระหว่างฐานกับ platform วิธีการแนบระหว่าง base กับ frame ค้ำยันนั้นใช้สำหรับการยก จะเรียก ว่า support frame และแนบระหว่าง frame ค้ำยันและ platform ใช้สำหรับการเอียง จะเรียกว่า platform วิธีการเพื่อความปลอดภัยของ wheelchair และผู้อยู่บน wheelchair
ศูนย์รวมของสิ่งประดิษฐ์ประกอบด้วย housing เป็นอุปกรณ์ที่เคลื่อนที่ไม่ได้ ใช้สำหรับค้ำจุน ตัวรองรับ wheelchair ที่เชื่อมแบบหมุนได้กับตัว housing การเชื่อมต่อ housing เพื่อการยกขึ้นหรือการลดระดับ ในแนวตั้ง การเชื่อมต่อทั้งตัว housing และ ตัวรองรับ wheelchair ใช้เพื่อการเอียงไปหน้ากลับหลัง และการยึดติดกันอย่างปลอดภัยของตัว wheelchair และผู้ใช้เราเรียกว่า ตัวรองรับ wheelchair เรียกว่า platform
ประโยชน์ที่ได้รับ
สิ่งประดิษฐ์นี้คือ อุปกรณ์สำหรับยกและเอียงคนที่นั่งบนเก้าอี้ล้อเลื่อน มันสามารถจัดการ เก้าอี้ล้อเลื่อน ที่อยู่บน platform ของอุปกรณ์ และยังยกและเอียง เก้าอี้ล้อเลื่อน พร้อมกับตัวผู้ใช้ด้วย ดังนั้นหน้าที่ของอุปกรณ์นี้ ก็เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ให้บริการเช่นการ การสระผม การทำฟัน สำหรับผู้อยู่บน เก้าอี้ล้อเลื่อน ช่วยปรับให้ ผู้ที่อยู่บน เก้าอี้ล้อเลื่อน มีความผ่อนคลาย และสะดวกมากขึ้น
วิเคราะห์และวิจารณ์
ข้อดี
ลักษณะของโครงงานจะใช้ ชุด มอเตอร์ และสกรู เป็นกลไกในการควบคุมการเคลื่อนที่ ของการยกเอียง พร้อมทั้ง ปรับขึ้นลงในระยะสั้นๆได้ ในระดับหนึ่ง เป็นการดีกับการปรับแต่งเพื่อให้เหมาะกับรูปร่าง ของหมอ หรือช่างทำผม ที่ทำหน้าที่บริการ ซึ่งอาจจะมีรูปร่าง สูงต่ำ ไม่เท่ากัน
ข้อเสีย
ต้องใช้เทคนิคสูงในการออกแบบในส่วนของชิ้นส่วนทางกล รวมทั้งต้องมีความเชี่ยวชาญเรื่องไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ และการเขียนโปรแกรมคำสั่งที่ดี พอสมควร รวมทั้งวัสดุอุปกรณ์ที่จะนำมาประกอบเป็นชิ้นงานนั้น อาจจะมีราคาแพง และหาซื้อไม่ได้ทั่วไปในท้องตลาด ต้องมีการสั่งทำขึ้นมาเป็นการเฉพาะงานนั้นๆ

ชุดเชื่อมต่อควบคุมด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าสำหรับควบคุมเก้าอี้ล้อเลื่อนไฟฟ้าด้วยศีรษะ

ชื่องานวิจัย/บทความ
ชุดเชื่อมต่อควบคุมด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าสำหรับควบคุมเก้าอี้ล้อเลื่อนไฟฟ้าด้วยศีรษะ
แหล่งที่มา
เป็นอนุสิทธิบัตร ที่กำลังรอพิจารณาจากคณะกรรมการ โดย นายประพนธ์ จิตรกรียาน หน่วยปฏิบัติการวิจัยเทคโนโลยีการขับเคลื่อนและระบบอัติโนมัติ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ
วัตถุประสงค์
1. เพื่อใช้สำหรับผู้พิการที่ไม่สามารถใช้มือในการควบคุมการเคลื่อนที่ของเก้าอี้ล้อเลื่อนไฟฟ้าได้
2. เพื่อให้การควบคุมเก้าอี้ล้อเลื่อนไฟฟ้าจะเป็นแบบต่อเนื่องและความเร็วในการเคลื่อนที่จะสัมพันธ์โดยตรงกับการกดสวิตช์นั้นๆ สมรรถนะในการเคลื่อนที่ของเก้าอี้ล้อเลื่อนไฟฟ้าจะราบเรียบ
3. เพื่อไม่ให้เก้าอี้ล้อเลื่อนไฟฟ้ามีการกระชากตัวมากในขณะเริ่มเคลื่อนที่ ซึ่งจะมีผลโดยตรงกับเรื่องของความปลอดภัยของผู้ใช้งาน
4. เพื่อทำให้ต้นทุนของระบบดังกล่าวมีราคาที่ต่ำลง รวมทั้งการจะออกแบบให้เฉพาะเจาะจงสำหรับเก้าอี้ล้อเลื่อนไฟฟ้าและผู้ใช้งานแต่ละคนเป็นการเฉพาะ สามารถทำได้โดยง่าย
กลุ่มตัวอย่าง
สำหรับผู้ใช้เก้าอี้ล้อเลื่อนไฟฟ้าที่มีความพิการตั้งแต่ช่วงคอลงไป ไม่สามารถเคลื่อนไหวแขน ขา หรืออวัยวะใดๆได้ นอกจากศรีษะของผู้พิการเท่านั้น หรือ สำหรับคนไข้อัมพาตหรืออัมพฤกษ์ที่มีปัญหาจากการเจ็บป่วยของไขสันหลังและระบบประสาท หรือผู้สูงอายุที่ไม่สามารถที่จะควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอวัยวะที่ต่ำกว่าคอลงมา ไม่สามารถที่จะใช้มือในการควบคุม Joy stick เพื่อให้เคลื่อนที่อย่างละเอียดตามที่ต้องการได้
ขั้นตอนการวิจัย
ในการประดิษฐ์นี้นำเสนอชุดเชื่อมต่อที่ทำหน้าที่ในการเชื่อมต่อระหว่างชุดควบคุมด้วยศีรษะหรือทางคาง หรือด้วยการเป่าก็แล้วแต่ ที่เป็นแบบ Non-proportional Input Device แบบง่ายๆ กับชุดควบคุมของเก้าอี้ล้อเลื่อนไฟฟ้าที่ควบคุมการเคลื่อนที่ด้วย Joy stick โดยชุดเชื่อมต่อที่นำเสนอมีความยืดหยุ่นที่สามารถใช้ได้กับเก้าอี้ล้อเลื่อนไฟฟ้าที่มีจำหน่ายอย่างหลากหลายในท้องตลาดได้โดยง่าย โดยยังสามารถคงสมรรถนะในการควบคุมของชุดควบคุมเดิมๆที่ติดตั้งมากับเก้าอี้ล้อเลื่อนไฟฟ้าอย่างเต็มสมรรถนะ และเพิ่มเติมในเรื่องของความปลอดภัยโดยติดตั้งตัวตรวจจับวัตถุเพื่อช่วยในการตรวจสอบสิ่งกีดขวางเพื่อบอกวงจรควบคุมให้ทำการลดความเร็วโดยอัตโนมัติ เป็นการอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานอีกทางหนึ่ง
คำอธิบายรูปเขียนโดยย่อ
รูปที่ 1 โครงสร้างของระบบโดยรวม
รูปที่ 2 โครงสร้างของชุดสวิตช์ควบคุมด้วยศีรษะ
รูปที่ 3 ชุดกลไกของชุดเชื่อมต่อควบคุมด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าสำหรับควบคุมเก้าอี้ล้อเลื่อนไฟฟ้าด้วยศีรษะ
รูปที่ 4 ชุดเชื่อมต่อควบคุมด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าสำหรับควบคุมเก้าอี้ล้อเลื่อนไฟฟ้าด้วยศีรษะ ที่ติดตั้งอยู่กับตัวรถเดิม







ผลการวิจัย
จากวิธีการและวงจรชุดควบคุมที่นำเสนอ เป็นการประยุกต์ใช้อุปกรณ์พื้นฐานประเภทสวิตช์และวงจรควบคุมมอเตอร์ขนาดเล็กซึ่งสามารถหาซื้อได้ภายในประเทศ เพื่อทำเป็นอุปกรณ์พิเศษที่อำนวยความสะดวกให้ผู้พิการด้านร่างกายที่ค่อนข้างรุนแรง ไม่สามารถขยับร่างกายตั้งแต่คอลงมา ให้ใช้งานรถไฟฟ้าในชีวิตประจำวันได้ การดัดแปลงตัวรถไม่จำเป็นต้องแก้ไขหรือศึกษารายละเอียดของวงจรชุดควบคุมเดิมของตัวรถเลย การนำไปใช้กับรถในแต่ละรุ่นจะเปลี่ยนแปลงเฉพาะชุดอุปกรณ์จับยึดที่ Joy stick และตำแหน่งการติดตั้งสวิตช์ต่างๆเท่านั้น ซึ่งเป็นการดัดแปลงภายนอกเกี่ยวกับทางด้านเครื่องกลและโครงสร้างของตัวรถ ทำให้ความเสี่ยงในการทำให้วงจรควบคุมรถเสียหายน้อยมาก ในส่วนวงจรควบคุม การดัดแปลงสามารถแก้ไขเพียงโปรแกรมสำหรับตัวไมโครคอนโทรลเลอร์เท่านั้น ทำให้มีความยืดหยุ่นสูงในการปรับเปลี่ยนค่าต่างๆสำหรับรถแต่ละรุ่น และยังปรับให้เหมาะสมกับผู้ใช้งานแต่ละคนได้ง่าย และมีตัวตรวจจับวัตถุติดตั้งเพิ่มเติมสำหรับช่วยในเรื่องความปลอดภัยรวมทั้งอำนวยความสะดวกในการใช้งาน ทำให้ระบบที่พัฒนาขึ้นมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น
ประโยชน์ที่ได้รับ
1. ชุดเชื่อมต่อที่ทำหน้าที่ในการเชื่อมต่อระหว่างชุดควบคุมด้วยศีรษะหรือทางคาง หรือด้วยการเป่าก็แล้วแต่ ที่เป็นแบบ Non-proportional Input Device แบบง่ายๆ และชุดควบคุมของเก้าอี้ล้อเลื่อนไฟฟ้าที่ควบคุมการเคลื่อนที่ด้วย Joy stick
2.มีความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนให้สามารถใช้ได้กับเก้าอี้ล้อเลื่อนไฟฟ้าที่มีจำหน่ายอย่างหลากหลายทั่วไปในท้องตลาดได้โดยง่าย โดยยังสามารถคงสมรรถนะในการควบคุมของชุดควบคุมเดิมที่ติดตั้งมากับเก้าอี้ล้อเลื่อนไฟฟ้าอย่างเต็มสมรรถนะ โดยไม่ต้องมีการดัดแปลงแก้ไขวงจรควบคุมเดิมของตัวรถ
3. ชุดเชื่อมต่อที่นำเสนอสามารถเชื่อมต่อกับชุดควบคุมด้วยศีรษะ หรือด้วยคาง หรือด้วยการเป่า เป็นต้น ซึ่งเป็นการควบคุมแบบ Non-proportional กับชุดควบคุมเก้าอี้ล้อเลื่อนแบบไฟฟ้าที่มี Joy stick ซึ่งเป็นแบบ Proportional Interface Unit และทำให้ผู้ใช้งานสามารถที่จะบังคับและปรับความเร็วของเก้าอี้ล้อเลื่อนได้อย่างต่อเนื่องอย่างเดิม
วิเคราะห์และวิจารณ์
ข้อดี
ลักษณะของโครงงานจะใช้ ชุด มอเตอร์ 2 แกน เป็นตัวควบคุมการเคลื่อนที่ของ จอยสติ๊กอีกทีหนึ่ง หรือ ทำหน้าที่แทนมือของ ผู้พิการ ซึ่งไม่สามารถขยับแขน และมือได้ สิ่งที่ผู้พิการทำได้คือ ขยับศรีษะเพื่อใช้กดสวิทซ์ ที่อยู่ในตำแหน่งต่างๆคือ ซ้าย ขวา เดินหน้า และ ถอยหลัง ซึ่งจะทำให้การเคลื่อนที่ของเก้าอี้ล้อเลื่อนไฟฟ้าเป็นไปอย่างนุ่มนวล ไม่กระชาก
ข้อเสีย
ต้องใช้เทคนิคสูงในการออกแบบในส่วนของกลไกควบคุมการเคลื่อนที่ ซึ่งเป็นการออกแบบในส่วนของชิ้นส่วนทางกล รวมทั้งต้องมีความเชี่ยวชาญเรื่องไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ แลการเขียนโปรแกรมคำสั่งที่ดี พอสมควร รวมทั้งวัสดุอุปกรณ์ที่จะนำมาประกอบเป็นชิ้นงานนั้น อาจจะมีราคาแพง