ชื่องานวิจัย/บทความ
การศึกษาสภาพและความต้องการเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการสำหรับนักศึกษาพิการในสำนักวิทยบริการสถาบันราชภัฏสวน ดุสิต
แหล่งที่มา ไม่ระบุ
วัตถุประสงค์
1) สภาพปัจจุบันในการจัดเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความ สะดวกและบริการสำหรับนักศึกษาพิการในสำนักวิทยบริการสถาบันราชภัฏสวนดุสิต
2) ศึกษาความต้องการเกี่ยวกับเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการของนักศึกษาพิการใน สำนักวิทยบริการสถาบันราชภัฏสวนดุสิต
3) ปัญหา อุปสรรค การรับบริการของนักศึกษาพิการใน สำนักวิทยบริการสถาบันราชภัฏสวนดุสิต
กลุ่มตัวอย่าง
ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานบริการห้องสมุด จำนวน 38 คน และนักศึกษาพิการที่ใช้บริการห้องสมุด จำนวน 83 คน
ขั้นตอนการวิจัย
การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ ผู้วิจัยได้รวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสำรวจ และแบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยมีขั้นตอนดังนี้
1.กำหนดประชากร
2.กำหนดกลุ่มตัวอย่าง
3.กำหนดเครื่องมือ
4.การสร้างเครื่องมือและหาประสิทธิภาพเครื่องมือ
5.การหาคุณภาพของเครื่องมือ
6.การวิเคราะห์ข้อมูล
ผลการวิจัย
จากการทำวิจัยสรุปผลได้ดังนี้
1. สภาพการจัดบริการบริการเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการใน สำนักวิทยบริการสถาบันราชภัฏสวนดุสิต แบ่งการจัดบริการออกเป็น 5 ด้าน ได้แก่
1) ด้านบุคลากร สิ่งที่มีให้บริการได้แก่ บรรณารักษ์ เจ้าหน้าที่ห้องสมุด นักศึกษาฝึกงานในสำนักวิทยบริการ
2) ด้านอาคารสถานที่สำหรับผู้รับบริการที่เป็นคนพิการทางการเห็น การแสดงสัญลักษณ์อำนวย ความสะดวกในการบอกทิศทางบริเวณอาคารห้องสมุดสำหรับนักศึกษาพิการทางการเห็น เฟอร์นิเจอร์ภายในสำนักวิทยบริการเหมาะสมกับนักศึกษาพิการทางการเห็น ลิฟท์ภายใน อาคารสำนักวิทยบริการมีอักษร เบรล์ลให้กดเลือกชั้น ด้านอาคารสถานที่สำหรับผู้รับบริการพิการ ทางการได้ยิน มีสัญลักษณ์บอกทิศทางอย่างชัดเจน ด้านอาคารสถานที่สำหรับผู้รับบริการพิการทาง กายหรือการเคลื่อนไหว การจัดเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ทางลาดขึ้นลง ราวจับที่ทาง ลาด ประตูทางเข้าที่ได้ขนาดเหมาะสมกับคนใช้รถเข็น ลิฟท์ ห้องน้ำสำหรับคนพิการ
3) ด้านเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้รับบริการที่เป็นคนพิการ เทคโนโลยีสิ่งอำนวย ความสะดวกที่เอื้อต่อผู้รับบริการที่เป็นนักศึกษาพิการโดยเฉพาะ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่อง CCTV
4) ด้านทรัพยากรสารนิเทศ การตรวจสอบทรัพยากรสารนิเทศให้มีสภาพที่พร้อมให้ บริการอย่างสม่ำเสมอ เนื้อหาของสิ่งพิมพ์หรือสิ่งไม่ตีพิมพ์ตรงกับความต้องการของคนพิการ หนังสือ/วารสารที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับคนพิการและ ทรัพยากรสารนิเทศใหม่ ๆ ที่จัดทำในรูปสื่อที่คน พิการใช้ได้
5) ด้านการให้บริการ การเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับบริการของห้องสมุดในรูป สื่อที่นักศึกษาพิการเข้าถึงได้ง่าย
2. ความต้องการในการจัดบริการเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการจาก ผู้ให้บริการในสำนักวิทยบริการสถาบันราชภัฏสวนดุสิตอยู่ในระดับมากในทุกด้าน ระดับความ ต้องการที่มากที่สุดคือ ด้านเทคโนโลยีสำหรับคนพิการต้องการให้มีคุณภาพของเทคโนโลยีสิ่งอำนวย ความสะดวกที่ให้บริการ
3. ความต้องการเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการในสำนักวิทยบริการ สำหรับนักศึกษาพิการทางการเห็นศึกษา ได้แก่ ด้านบุคลากร ด้านอาคารสถานที่ ด้านเทคโนโลยี สำหรับคนพิการทางการเห็น ด้านโปรแกรมอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการทางการเห็น ด้านทรัพยากรสารนิเทศ และด้านบริการพบว่ามีความต้องการระดับมากในทุกด้าน ปัญหาอุปสรรค ที่พบคือการจัดบริการที่บางครั้งไม่สามารถตอบสนองความต้องการของคนพิการทางการเห็นได้ดี ไม่มีหนังสืออักษรเบรลล์ การเข้าไปใช้บริการในสำนักวิทยก็ไม่สามารถใช้บริการคอมพิวเตอร์ได้ สะดวกเนื่องจากไม่มีโปรแกรมในการอำนวยความสะดวก
4. ความต้องการเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการสำหรับนักศึกษาพิการทาง การได้ยินได้แก่ ด้านบุคลากร ด้านอาคารสถานที่ ด้านเทคโนโลยีสำหรับคนพิการทางการได้ยิน ด้านทรัพยากรสารนิเทศ และด้านบริการพบว่ามีความต้องการระดับมากในทุกด้าน ประเด็นที่มี ความต้องการมากที่สุดคือต้องการบริการให้ยืมวัสดุ อุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวกแก่นักศึกษา พิการ ปัญหาอุปสรรคที่พบคือ ด้านบุคลากรที่ขาดล่ามภาษามือคอยให้บริการ และเจ้าหน้าที่หรือผู้ที่ ทำงานในสำนักวิทยบริการไม่รู้ภาษามือ ทำให้บางครั้งเกิดปัญหาในการสื่อสาร ด้านทรัพยากรสารนิเทศที่ไม่ตีพิมพ์ไม่มีคำบรรยายที่เป็นภาษามือ
5. ความต้องการเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการสำหรับนักศึกษาพิการทาง กายหรือการเคลื่อนไหวได้แก่ ด้านบุคลากร ด้านอาคารสถานที่ ด้านเทคโนโลยีสำหรับคนพิการทาง กายหรือการเคลื่อนไหว ด้านทรัพยากรสารนิเทศ และด้านบริการพบว่ามีความต้องการระดับมากที่สุดในด้านบุคลากร ด้านอาคารสถานที่ ปัญหาอุปสรรคที่พบคือ ผู้ให้บริการในห้องสมุดไม่ทราบถึง วิธีการให้บริการ ด้านอาคารสถานที่ไม่สามารถเข้าใช้บริการในส่วนที่ต้องการได้ด้วยตัวเอง
ประโยชน์ที่ได้รับ
1.คนพิการสามารถใช้บริการและเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงสารนิเทศที่ต้องการได้มากที่สุด
2.คนพิการได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดบริการที่สอดคล้องกับความต้องการจำเป็นของผู้พิการ เพื่อตรวจสอบว่าสิ่งที่ทางสำนักวิทยบริการได้จัดขึ้นมีความเหมาะสมหรือสอดคล้องกับผู้รับบริการที่เป็นคนพิการเพียงใด
3.ส่งเสริมให้ผู้รับบริการที่เป็นคนพิการรับรู้ถึงการบริการของสำนักวิทยบริการ และให้เข้ามาใช้บริการในสำนักวิทยบริการให้มาก ๆ เพื่อจะได้ใช้เทคโนโลยีที่มีในสำนักวิทยบริการ และนำสารนิเทศประเภทต่าง ๆ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการเรียนระดับต่าง ๆ
วิเคราะห์วิจารณ์
1.ควรทำการศึกษาทัศนคติในการใช้บริการเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก
ประเภทต่าง ๆ สำหรับคนพิการในสำนักวิทยบริการ เช่น การศึกษาทัศนคติของคนพิการทางการ
เห็นหรือคนพิการทางการได้ยินในการใช้บริการคอมพิวเตอร์
2.ควรศึกษาปัจจัยอื่นที่เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการเข้าใช้บริการในแหล่งสารสนเทศ
โดยสามารถใช้วิธีการวิจัยแบบอื่น เช่น การใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพจะช่วยให้ได้ข้อมูลที่ละเอียดขึ้น
สามารถเก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์ผู้รับบริการที่เป็นคนพิการรายบุคคล เพื่อจะทำให้เข้าใจสาเหตุ
และปัจจัยต่าง ๆ ได้
MURSAT Blog
Showing posts with label สามารถ สุขเจริญ. Show all posts
Showing posts with label สามารถ สุขเจริญ. Show all posts
Tuesday, July 20, 2010
Monday, July 12, 2010
หุ่นยนต์แขนกลสำหรับป้อนอาหารผู้พิการโดยอาศัยการทำงานของระบบวิชวลเซอร์โว
ชื่องานวิจัย/บทความ
หุ่นยนต์แขนกลสำหรับป้อนอาหารผู้พิการโดยอาศัยการทำงานของระบบวิชวลเซอร์โว
แหล่งที่มา ไม่ระบุ
วัตถุประสงค์
1. เพื่อศึกษาและทำการออกแบบต้นแบบของหุ่นยนต์แขนกลที่สามารถช่วยเหลือผู้พิการทางแขน
ในการรับประทานอาหาร
2. เพื่อทำกาศึกษาเกี่ยวกับวิธีการควบคุมโดยใช้ภาพเป็นสัญญาณป้อนกลับ (Visual Servo System)
มาใช้ในการพัฒนาหุ่นยนต์แขนกลต้นแบบนี้
กลุ่มตัวอย่าง
ผู้พิการทางแขน
ขั้นตอนการวิจัย
1. ศึกษาการทำงานของระบบ Visual Servo ซึ่งจะมีการประยุกต์ในแบบต่างๆและข้อดีข้อเสียใน
การนำระบบ Visual Servo มาใช้งานเพื่อทำการเลือกวิธีการที่ดีที่สุดมาใช้งานโดยผลที่ได้คือ
วิธีการแบบการดึงคุณลักษณะภาพมาใช้เป็นข้อมูลในการควบคุม
2. ศึกษาเกี่ยวกับศาสตร์ของหุ่นยนต์และทำการออกแบบจำลองโดยใช้คอมพิวเตอร์ในการจำลอง
การทำงานของหุ่นยนต์
3. ศึกษาและออกแบบวิธีการประมวลผลภาพเพื่อทำการประมวลผลเพื่อหาค่าของคุณลักษณะของ
ภาพที่ต้องการเพื่อที่จะเป็นข้อมูลให้แก่ระบบ Visual Servo
4. ทำการออกแบบระบบและทำการสร้างระบบโดยการนำส่วนประมวลผลภาพและส่วนของ
หุ่นยนต์มาทำการรวมกันและทดสอบกับคนจริง
5. วิเคราะห์และสรุปผลงานวิจัย
6. จัดทำเอกสารวิทยานิพนธ์ฉบับสมบูรณ์
ผลการวิจัย
วิทยานิพนธ์นี้นำเสนอการออกแบบต้นแบบของหุ่นยนต์แขนกลเพื่อใช้สำหรับป้อนข้าวผู้พิการโดยที่ไม่สามารถที่จะทำกิจกรรมได้โดยตนเองซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและยังสามารที่จะสร้างความรู้สึกและความสะดวกของผู้ใช้ ซึ่งระบบการทำงานนั้นจะอาศัยหลักการทำงานของระบบ Visual Servo System ซึ่งจะหลักการของ Features-Based Visual Servo System เข้ามาใช้ในการออกแบบการทำงานให้แก่ระบบ โดยที่อยู่ในความสำคัญที่ว่าจะทำการออกแบบระบบของหุ่นยนต์
โดยให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดจากการใช้ค่าใช้จ่ายในการสร้างที่น้อยที่สุดเพื่อที่จะเป็นอีกทางเลือกที่
ให้ผู้พิการส่วนมากสามารถที่จะนำมาใช้ได้
ประโยชน์ที่ได้รับ
เพื่อทำการช่วยเหลือผู้พิการทางแขนในการรับประทานอาหารโดยที่จะทำการตักอาหารจากภาชนะและการทำป้อนอาหารให้สามารถที่จะทดแทนการขาดหายไปของแขนผู้ป่วยได้อย่างดีทำให้ผู้ป่วยสามรถที่จะมีความสะดวกในการรับประทานอาหารมากขึ้นและผลที่ตามมาทำให้ผู้ป่วยนั้นจะมีความรู้สึกที่ดีขึ้นตามมาเนื่องจากว่าสามารถทำกิจกรรมได้เหมือนกับบุคคลปกติทั่วไป
วิเคราะห์วิจารณ์
จากผลลัพธ์การจำลองผลและข้อสรุปข้างต้นสามารถทำการออกแบบระบบการทำงานของหุ่นยนต์ซึ่งอาศัยหลักการของระบบ Visual Servo Control นั้นสามารถที่จะนำไปพัฒนาต่อในด้านของการใช้งานต่างๆ ที่นอกเหนือจากการออกแบบการทำงานดังที่ได้เสนอมาข้างต้นซึ่งจะทำการนำเสนอการพัฒนาและการเลือกใช้ส่วนต่างๆให้เหมาะสมกับระบบที่มากขึ้นดังหัวข้อต่อไปนี้ห้องสมุดที่มีคนหูหนวกและคนหูตึงเข้าไปใช้บริการควรมีจัดการบริการที่เหมาะสมกับกลุ่มบุคคลดังกล่าวตั้งแต่บุคคลากรที่ให้บริการในห้องสมุดซึ่งต้องมีความเข้าใจในความต้องการ อุปสรรค สถานที่
หุ่นยนต์แขนกลสำหรับป้อนอาหารผู้พิการโดยอาศัยการทำงานของระบบวิชวลเซอร์โว
แหล่งที่มา ไม่ระบุ
วัตถุประสงค์
1. เพื่อศึกษาและทำการออกแบบต้นแบบของหุ่นยนต์แขนกลที่สามารถช่วยเหลือผู้พิการทางแขน
ในการรับประทานอาหาร
2. เพื่อทำกาศึกษาเกี่ยวกับวิธีการควบคุมโดยใช้ภาพเป็นสัญญาณป้อนกลับ (Visual Servo System)
มาใช้ในการพัฒนาหุ่นยนต์แขนกลต้นแบบนี้
กลุ่มตัวอย่าง
ผู้พิการทางแขน
ขั้นตอนการวิจัย
1. ศึกษาการทำงานของระบบ Visual Servo ซึ่งจะมีการประยุกต์ในแบบต่างๆและข้อดีข้อเสียใน
การนำระบบ Visual Servo มาใช้งานเพื่อทำการเลือกวิธีการที่ดีที่สุดมาใช้งานโดยผลที่ได้คือ
วิธีการแบบการดึงคุณลักษณะภาพมาใช้เป็นข้อมูลในการควบคุม
2. ศึกษาเกี่ยวกับศาสตร์ของหุ่นยนต์และทำการออกแบบจำลองโดยใช้คอมพิวเตอร์ในการจำลอง
การทำงานของหุ่นยนต์
3. ศึกษาและออกแบบวิธีการประมวลผลภาพเพื่อทำการประมวลผลเพื่อหาค่าของคุณลักษณะของ
ภาพที่ต้องการเพื่อที่จะเป็นข้อมูลให้แก่ระบบ Visual Servo
4. ทำการออกแบบระบบและทำการสร้างระบบโดยการนำส่วนประมวลผลภาพและส่วนของ
หุ่นยนต์มาทำการรวมกันและทดสอบกับคนจริง
5. วิเคราะห์และสรุปผลงานวิจัย
6. จัดทำเอกสารวิทยานิพนธ์ฉบับสมบูรณ์
ผลการวิจัย
วิทยานิพนธ์นี้นำเสนอการออกแบบต้นแบบของหุ่นยนต์แขนกลเพื่อใช้สำหรับป้อนข้าวผู้พิการโดยที่ไม่สามารถที่จะทำกิจกรรมได้โดยตนเองซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและยังสามารที่จะสร้างความรู้สึกและความสะดวกของผู้ใช้ ซึ่งระบบการทำงานนั้นจะอาศัยหลักการทำงานของระบบ Visual Servo System ซึ่งจะหลักการของ Features-Based Visual Servo System เข้ามาใช้ในการออกแบบการทำงานให้แก่ระบบ โดยที่อยู่ในความสำคัญที่ว่าจะทำการออกแบบระบบของหุ่นยนต์
โดยให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดจากการใช้ค่าใช้จ่ายในการสร้างที่น้อยที่สุดเพื่อที่จะเป็นอีกทางเลือกที่
ให้ผู้พิการส่วนมากสามารถที่จะนำมาใช้ได้
ประโยชน์ที่ได้รับ
เพื่อทำการช่วยเหลือผู้พิการทางแขนในการรับประทานอาหารโดยที่จะทำการตักอาหารจากภาชนะและการทำป้อนอาหารให้สามารถที่จะทดแทนการขาดหายไปของแขนผู้ป่วยได้อย่างดีทำให้ผู้ป่วยสามรถที่จะมีความสะดวกในการรับประทานอาหารมากขึ้นและผลที่ตามมาทำให้ผู้ป่วยนั้นจะมีความรู้สึกที่ดีขึ้นตามมาเนื่องจากว่าสามารถทำกิจกรรมได้เหมือนกับบุคคลปกติทั่วไป
วิเคราะห์วิจารณ์
จากผลลัพธ์การจำลองผลและข้อสรุปข้างต้นสามารถทำการออกแบบระบบการทำงานของหุ่นยนต์ซึ่งอาศัยหลักการของระบบ Visual Servo Control นั้นสามารถที่จะนำไปพัฒนาต่อในด้านของการใช้งานต่างๆ ที่นอกเหนือจากการออกแบบการทำงานดังที่ได้เสนอมาข้างต้นซึ่งจะทำการนำเสนอการพัฒนาและการเลือกใช้ส่วนต่างๆให้เหมาะสมกับระบบที่มากขึ้นดังหัวข้อต่อไปนี้ห้องสมุดที่มีคนหูหนวกและคนหูตึงเข้าไปใช้บริการควรมีจัดการบริการที่เหมาะสมกับกลุ่มบุคคลดังกล่าวตั้งแต่บุคคลากรที่ให้บริการในห้องสมุดซึ่งต้องมีความเข้าใจในความต้องการ อุปสรรค สถานที่
Sunday, July 4, 2010
บริการห้องสมุดสำหรับนักศึกษาหูหนวกและหูตึง:กรณีศึกษาวิทยาลัยราชสุดา
ชื่องานวิจัย/บทความ
บริการห้องสมุดสำหรับนักศึกษาหูหนวกและหูตึง:กรณีศึกษาวิทยาลัยราชสุดา
แหล่งที่มา ไม่ระบุ
วัตถุประสงค์
1. เพื่อศึกษาสภาพปัญหาการให้บริการของห้องสมุดวิทยาลัยราชสุดาที่มีคนหูหนวกและคนหูตึงศึกษาอยู่
2. เพื่อศึกษาความต้องการเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับงานบริการของห้องสมุดวิทยาลัยราชสุดาที่มีคนหูหนวกและคนหูตึงศึกษาอยู่
3. เพื่อศึกษาเปรียบเทียบสภาพของบริการที่ได้รับและความต้องการของคนคนหูหนวกและคนหูตึงในงานบริการห้องสมุดวิทยาลัยราชสุดา
กลุ่มตัวอย่าง
นักศึกษาที่หูหนวกและหูตึง วิทยาลัยราชสุดา จำนวน 75 คน
ขั้นตอนการวิจัย
1. กำหนดหัวข้อการวิจัย
2. ทบทวนวรรณกรรม
3. กำหนดกลุ่มตัวอย่าง
4. สร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
5. เก็บรวบรวมข้อมูล
6. การวิเคราะห์ข้อมูล
7. สรุปผลการวิจัย อภิปราย และเสนอแนะ
ผลการวิจัย
1. ในด้านทรัพยากรสารสนเทศ ห้องสมุดจัดไว้บริการมีน้อยไม่เพียงพอกับความต้องการ และไม่มีทรัพยากรสารสนเทศใหม่ๆ ที่อยู่ในรูปสื่อที่คนหูหนวกและหูตึงใช้ได้โดยเฉพาะ
2. ด้านการบริการ ไม่มีห้องหรือพื้นที่ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับให้บริการ และไม่มีอาสาสมัครสำหรับช่วยคนหูหนวกและหูตึง
3. ด้านเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้อต่อผู้ใช้บริการ ไม่มีคู่มือแนะนำการใช้
4. ด้านผู้ให้บริการ ไม่มีผู้ให้บริการที่เป็นล่ามภาษามือซึ่งสามารถสื่อสารกับคนหูหนวกและคนหูตึงเข้าใจได้ ไม่มีอาสาสมัครให้บริการช่วยคนหูหนวกและคนหูตึงมากที่สุด
5. ด้านอาคารสถานที่ คนหูหนวกและคนหูตึงต้องการให้มีสัญญาณเตือนภัยมากที่สุด
ประโยชน์ที่ได้รับ
ทำให้ถึงทราบความต้องการในแต่ละด้านของนักศึกษาคนหูหนวกและคนหูตึงที่เข้ารับบริการที่ห้องสมุด วิทยาลัยราชสุดา เพื่อจะได้นำข้อมูลความต้องการของคนหูหนวกและคนหูตึงไปปรับปรุงในด้านต่างๆเพื่อทำให้บุคคลดังกล่าวได้สามารถเข้าใช้ห้องสมุดได้โดยสะดวก
วิเคราะห์วิจารณ์
ห้องสมุดที่มีคนหูหนวกและคนหูตึงเข้าไปใช้บริการควรมีจัดการบริการที่เหมาะสมกับกลุ่มบุคคลดังกล่าวตั้งแต่บุคคลากรที่ให้บริการในห้องสมุดซึ่งต้องมีความเข้าใจในความต้องการ ต้องสามารถสื่อสารกับเขาได้ ด้านอาคารสถานที่ต้องสัญญานต่างๆต้องแสดงให้ทราบโดยการมองเห็นควบคู่กับการได้ยิน ด้านเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้อต่อคนหูหนวกและคนหูตึง
บริการห้องสมุดสำหรับนักศึกษาหูหนวกและหูตึง:กรณีศึกษาวิทยาลัยราชสุดา
แหล่งที่มา ไม่ระบุ
วัตถุประสงค์
1. เพื่อศึกษาสภาพปัญหาการให้บริการของห้องสมุดวิทยาลัยราชสุดาที่มีคนหูหนวกและคนหูตึงศึกษาอยู่
2. เพื่อศึกษาความต้องการเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับงานบริการของห้องสมุดวิทยาลัยราชสุดาที่มีคนหูหนวกและคนหูตึงศึกษาอยู่
3. เพื่อศึกษาเปรียบเทียบสภาพของบริการที่ได้รับและความต้องการของคนคนหูหนวกและคนหูตึงในงานบริการห้องสมุดวิทยาลัยราชสุดา
กลุ่มตัวอย่าง
นักศึกษาที่หูหนวกและหูตึง วิทยาลัยราชสุดา จำนวน 75 คน
ขั้นตอนการวิจัย
1. กำหนดหัวข้อการวิจัย
2. ทบทวนวรรณกรรม
3. กำหนดกลุ่มตัวอย่าง
4. สร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
5. เก็บรวบรวมข้อมูล
6. การวิเคราะห์ข้อมูล
7. สรุปผลการวิจัย อภิปราย และเสนอแนะ
ผลการวิจัย
1. ในด้านทรัพยากรสารสนเทศ ห้องสมุดจัดไว้บริการมีน้อยไม่เพียงพอกับความต้องการ และไม่มีทรัพยากรสารสนเทศใหม่ๆ ที่อยู่ในรูปสื่อที่คนหูหนวกและหูตึงใช้ได้โดยเฉพาะ
2. ด้านการบริการ ไม่มีห้องหรือพื้นที่ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับให้บริการ และไม่มีอาสาสมัครสำหรับช่วยคนหูหนวกและหูตึง
3. ด้านเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้อต่อผู้ใช้บริการ ไม่มีคู่มือแนะนำการใช้
4. ด้านผู้ให้บริการ ไม่มีผู้ให้บริการที่เป็นล่ามภาษามือซึ่งสามารถสื่อสารกับคนหูหนวกและคนหูตึงเข้าใจได้ ไม่มีอาสาสมัครให้บริการช่วยคนหูหนวกและคนหูตึงมากที่สุด
5. ด้านอาคารสถานที่ คนหูหนวกและคนหูตึงต้องการให้มีสัญญาณเตือนภัยมากที่สุด
ประโยชน์ที่ได้รับ
ทำให้ถึงทราบความต้องการในแต่ละด้านของนักศึกษาคนหูหนวกและคนหูตึงที่เข้ารับบริการที่ห้องสมุด วิทยาลัยราชสุดา เพื่อจะได้นำข้อมูลความต้องการของคนหูหนวกและคนหูตึงไปปรับปรุงในด้านต่างๆเพื่อทำให้บุคคลดังกล่าวได้สามารถเข้าใช้ห้องสมุดได้โดยสะดวก
วิเคราะห์วิจารณ์
ห้องสมุดที่มีคนหูหนวกและคนหูตึงเข้าไปใช้บริการควรมีจัดการบริการที่เหมาะสมกับกลุ่มบุคคลดังกล่าวตั้งแต่บุคคลากรที่ให้บริการในห้องสมุดซึ่งต้องมีความเข้าใจในความต้องการ ต้องสามารถสื่อสารกับเขาได้ ด้านอาคารสถานที่ต้องสัญญานต่างๆต้องแสดงให้ทราบโดยการมองเห็นควบคู่กับการได้ยิน ด้านเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้อต่อคนหูหนวกและคนหูตึง
เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกทางการศึกษาสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น
ชื่องานวิจัย/บทความ
เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกทางการศึกษาสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น
แหล่งที่มา ไม่ระบุ
วัตถุประสงค์
เพื่อพิสูจน์ว่าเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกโดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีสารสนเทศในการศึกษาของนักเรียนตาบอดและสายตาเรือนรางมีผลต่อการเรียนโดยรับข้อมูลจากครู
กลุ่มตัวอย่าง
ครูผู้สอนในเทศบาล 3 เทศบาลของเมืองเซา เปาโล ประเทศบราซิลจำนวน 134 คน โดยครู 58 คนที่สอนเด็กตาบอด และ 76 คนที่ไม่ได้สอนเด็กตาบอด
ขั้นตอนการวิจัย
1. เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามถามจากครูโดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม 1) ครูที่สอนเด็กตาบอดและสายตาเลือนราง 2) ครูที่สอนชั้นประถม มัธยมต้น และมัธยมปลาย ในโรงเรียนสาธารณะ
2. นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์โดยใช้โปรแกรม EPI-INFO, version 6.04d (11)
3. แปรผล
4. สรุปผลจากการวิเคราะห์
5. บทวิจารณ์
ผลการวิจัย
ตามความคิดเห็นของครูความแตกต่างกันในความจำเพาะและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกของนักเรียนตาบอดและสายตาเลือนราง สำหรับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เฉพาะบุคคลมีความสำคัญ เทคโนโลยีสารสนเทศจะช่วยเพิ่มทักษะในการอ่านและเขียนรวมทั้งการสื่อสารให้เท่าเทียมกับผู้อื่นซึ่งช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต และส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ ไม่ใช่เหตุผลหลักที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการวางแผนหลักสูตร ความต้องการหลักสำหรับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศคือการมีคอมพิวเตอร์ในโรงเรียนให้เพียงพอกับเด็กนักเรียน ที่ปรึกษาสำหรับครู
ประโยชน์ที่ได้รับ
เทคโนโลยีสารสนเทศจะช่วยเพิ่มทักษะในการอ่านและการเขียนรวมทั้งการสื่อสารให้เท่าเทียมกับผู้อื่นซึ่งช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต และส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ของนักเรียนตาบอดและสายตาเรือนราง
วิเคราะห์วิจารณ์
เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ประยุกต์ทางการศึกษาที่ใช้กับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น ครูเป็นผู้สนับสนุนในเรื่องโครงสร้างของหลักสูตรทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับผู้บริหารที่จะเข้ามาช่วยในการสนับสนุนเรื่องงบประมาณในการจัดหาอุปกรณ์ต่างๆ
เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกทางการศึกษาสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น
แหล่งที่มา ไม่ระบุ
วัตถุประสงค์
เพื่อพิสูจน์ว่าเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกโดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีสารสนเทศในการศึกษาของนักเรียนตาบอดและสายตาเรือนรางมีผลต่อการเรียนโดยรับข้อมูลจากครู
กลุ่มตัวอย่าง
ครูผู้สอนในเทศบาล 3 เทศบาลของเมืองเซา เปาโล ประเทศบราซิลจำนวน 134 คน โดยครู 58 คนที่สอนเด็กตาบอด และ 76 คนที่ไม่ได้สอนเด็กตาบอด
ขั้นตอนการวิจัย
1. เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามถามจากครูโดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม 1) ครูที่สอนเด็กตาบอดและสายตาเลือนราง 2) ครูที่สอนชั้นประถม มัธยมต้น และมัธยมปลาย ในโรงเรียนสาธารณะ
2. นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์โดยใช้โปรแกรม EPI-INFO, version 6.04d (11)
3. แปรผล
4. สรุปผลจากการวิเคราะห์
5. บทวิจารณ์
ผลการวิจัย
ตามความคิดเห็นของครูความแตกต่างกันในความจำเพาะและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกของนักเรียนตาบอดและสายตาเลือนราง สำหรับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เฉพาะบุคคลมีความสำคัญ เทคโนโลยีสารสนเทศจะช่วยเพิ่มทักษะในการอ่านและเขียนรวมทั้งการสื่อสารให้เท่าเทียมกับผู้อื่นซึ่งช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต และส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ ไม่ใช่เหตุผลหลักที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการวางแผนหลักสูตร ความต้องการหลักสำหรับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศคือการมีคอมพิวเตอร์ในโรงเรียนให้เพียงพอกับเด็กนักเรียน ที่ปรึกษาสำหรับครู
ประโยชน์ที่ได้รับ
เทคโนโลยีสารสนเทศจะช่วยเพิ่มทักษะในการอ่านและการเขียนรวมทั้งการสื่อสารให้เท่าเทียมกับผู้อื่นซึ่งช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต และส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ของนักเรียนตาบอดและสายตาเรือนราง
วิเคราะห์วิจารณ์
เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ประยุกต์ทางการศึกษาที่ใช้กับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น ครูเป็นผู้สนับสนุนในเรื่องโครงสร้างของหลักสูตรทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับผู้บริหารที่จะเข้ามาช่วยในการสนับสนุนเรื่องงบประมาณในการจัดหาอุปกรณ์ต่างๆ
Subscribe to:
Posts (Atom)